วันพุธที่ 28 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561


บันทึกการเรียนรู้ ครั้งที่  7

วันพุธที่  28  กุมภาพันธ์  พ.ศ. 2561
เวลา 08.30 - 11.30 น.


********สัปดาห์สอบกลางภาค********

วันเสาร์ที่ 24 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561


บันทึกการเรียนรู้ ครั้งที่  6

วันพุธที่  21  กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561
เวลา 08.30 - 11.30 น.
Knowledge (ความรู้)

  • นำเสนอคำคมผู้บริหาร

นางสาวภทรธร รัชนิพนธ์


นางสาวปรีชญา ชื่นแย้ม

นางสาวมาณิสา บุตรพรหม

  • นำเสนอผู้นำตามอักษรภาษาอังกฤษ











  • การบริหารงานสถานพัฒนาเด็กปฐมวัย
  • ลักษณะการบริหารเฉพาะตัว 


  1. นโยบาย และยุทธศาสตร์ในการพัฒนาประเทศของรัฐบาล
  2. แผนพัฒนาการศึกษาแห่งชาติ
  3. แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ
  4. พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ
  5. หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
  6. ปรัชญา นโยบายและวัตถุประสงค์ของสถานศึกษา
  7. ความต้องการของชุมชน

  • การจัดประเภท และรูปแบบสถานพัฒนาเด็กปฐมวัยในประเทศไทย
1. การจัดแบ่งตามโครงสร้างการบริหารตามขนาด แบ่งเป็น 3 ขนาด คือ
1) โครงสร้างบริหารสถานศึกษาปฐมวัยขนาดเล็ก




2) โครงสร้างบริหารสถานศึกษาปฐมวัยขนาดกลาง

3) โครงสร้างบริหารสถานศึกษาปฐมวัยขนาดใหญ่


  • โครงสร้างบริหารสถานศึก


2. การแบ่งตามรูปแบบตามพระราชบัญญัติการศึกษาชาติ
(พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2 )พ.ศ. 2545 กล่าวไว้ใน มาตรา 15กำหนดการจัดการศึกษา มี 3 รูปแบบ คือ)
1.รูปแบบในระบบโรงเรียน
2.รูปแบบนอกระบบโรงเรียน
3.รูปแบบตามอัธยาศัย
3. รูปแบบการให้บริการแบบใหม่
 คือ การรวมเด็กที่ผิดปกติและเด็กปกติไว้ด้วยกัน โดยเรียกแบบนี้ว่า “Normalization”

  • หลักในการบริหารงานสถานพัฒนาเด็กปฐมวัย

1. การบริหารงานวิชาการ
 เป็นการบริหารกิจกรรมทุกชนิดในโรงเรียน ซึ่งเกี่ยวข้องกับการปรับปรุงพัฒนาการสอนผู้เรียนให้ได้ผลดีและมีประสิทธิภาพที่สุด

2. การบริหารงานบุคคลในสถานศึกษาปฐมวัย
 คือ การปฏิบัติการใช้คนให้ทำงาน อย่างมีประสิทธิภาพโดยมีขบวนการต่าง ๆ

  • การบริหารสถานพัฒนาเด็กปฐมวัยในยุคปฏิรูป


  1. หลักการในการบริหารแบบโรงเรียนเป็นฐาน (School Based Management)
  2. หลักการกระจายอำนาจ (Decentralization)
  3. หลักการมีส่วนร่วม (Participation or Collaboration Involvement)
  4. หลักการคืนอำนาจจัดการศึกษาให้ประชาชน( Return Power to People)
  5. หลักการบริหารตนเอง (Self - managing)
  6. หลักการตรวจสอบและถ่วงดุล (Check and Balance)
  • รูปแบบโรงเรียนที่ใช้การบริหารแบบโรงเรียนเป็นฐาน
  1. ผู้บริหารโรงเรียนเป็นหลัก (Administrative Control School Council )
  2. บริหารโดยครูเป็นหลัก (Professional Control Council)
  3. การบริหารจัดการโดยชุมชนมีบทบาท (Community Control School Council)
  4. ครูและชุมชนมีบทบาทหลัก (Professional Community Control School Council)

สรุป การบริหารโดยใช้โรงเรียนเป็นฐาน (School-Based Management)เป็นการถ่ายโอนอำนาจจากหน่วยงานไปให้แก่โรงเรียนได้บริหารแบบเบ็ดเสร็จที่โรงเรียนโดยมอบอำนาจการบริหารและจัดการศึกษาให้แก่คณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานซึ่งประกอบด้วยผู้ปกครอง  องค์กรแห่งการเรียนรู้
ศาสตร์ทั้ง 5 ขององค์กรแห่งการเรียนรู้(ปีเตอร์ เอ็ม. เซงเก (Peter M. Senge) )

  1. การใฝ่ใจพัฒนาตน (Personal Mastery)
  2. รูปแบบของความคิด (Mental Models)
  3. วิสัยทัศน์ร่วม (Shared Vision)
  4. การเรียนรู้เป็นทีม (Team Learning)
  5. การคิดเชิงระบบ (System Thinking)


  • การบริหารแบบมีส่วนร่วม

สาระสำคัญของการบริหารแบบมีส่วนร่วม
 • การมีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็น
 • การมีส่วนร่วมช่วยให้เกิดการยอมรับในเป้าหมาย
 • การมีส่วนร่วมช่วยให้เกิดความสำนึกในหน้าที่ความรับผิดชอบ

ผลดีของการบริหารแบบมีส่วนร่วม

  • สร้างสรรค์ให้มีการระดมกำลังจากบุคคลต่าง ๆ
  • สร้างบรรยากาศและพัฒนาประชาธิปไตยในการทำงาน
  • ช่วยให้ลดความขัดแย้งระหว่างผู้บริหารกับผู้ปฏิบัติงาน
  • การบริหารแบบมีส่วนร่วม
  • ผลงานที่เกิดขึ้น
  • สร้างความสมดุลระหว่างฝ่ายบริหารกับฝ่ายปฏิบัติ

ข้อจำกัดของการบริหารแบบมีส่วนร่วม

  • การแสดงความคิดเห็นเกิดข้อขัดแย้งกับฝ่ายบริหาร
  • ก่อให้เกิดกลุ่มอิทธิพล
  • ผู้บริหารกลัวสูญเสียอำนาจ
  • การบริหารงานไม่สามารถใช้กับงานที่เร่งด่วนได้
  • ใช้งบประมาณมาก
  • ความคิดเห็นจากบุคคลภายนอกไม่ได้รับการยอมรับเท่าที่ควร
  • การไม่เข้าใจหน้าที่มักจะทำให้เกิดการก้าวก่ายหน้าที่ซึ่งกันและกัน



  • การวิเคราะห์เชิงปฏิบัติ (SWOT Analysis Workshop)




ตารางSWOT

Apply(การประยุกต์ใช้)

  • ทำให้ได้รู้จักโครงสร้างของสถานศึกษาและสามารถนำเองสวอทมาปรับใช้กับนิสัยเพื่อพัฒนาตนเองให้ดียิ่งขึ้นได้

Assessment(การประเมิน)
self :  มีการจดบันทึก
friend :  มีความตั้งใจ
Teacher :  มีอธิบายได้กระชับและเข้าใจ

วันเสาร์ที่ 17 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561


บันทึกการเรียนรู้ ครั้งที่  5

วันพุธที่  14 กุมภาพันธ์  พ.ศ. 2561
เวลา 08.30 - 11.30 น.
Knowledge (ความรู้)

  • นำเสนอคำคมผู้บริหาร
นางสาวสิริรัตน์ บัวแป้น

นางสาวพัชรภรณ์ บุญใจ

นางสาวสิริกัลยา บุญทนแสงทวีสุข
  • คุณสมบัติผู้นำตามตัวอักษร




















Apply(การประยุกต์ใช้)

  • สามารถนำเอาความรู้จากการเป็นผู้นำไปปรับใช้กับชีวิตจริงได้น อกจากนี้ยังได้เรียนรู้ภาษาอังกฤษคำใหม่ๆอีกด้วย

Assessment(การประเมิน)
self : ตั้งใจและให้ความร่วมมือในชั้นเรียน
friend :  มีการเตรียมตัวมาอย่างดี
Teacher :  มีการสนทนาอธิบายเพิ่มเติม

วันเสาร์ที่ 10 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561


บันทึกการเรียนรู้ ครั้งที่  4

วันพุธที่  7 กุมพาพันธ์ พ.ศ. 2561
เวลา 08.30 - 11.30 น.
Knowledge (ความรู้)

  • นำเสนอคำคมผู้บริหาร

นางสาวกัลปพฤกษ์ ชนะมา

นายอารักษ์ ศักดิกุล

นางสาวศิริพร พันโญศรัญญา

  • นำเสนอประเภทสถานศึกษาดังนี้


  1. โรงเรียนอนุบาล 
  2. สถานบริบาล
  3. โรงเรียนสำหรับเด็กก่อนวัยเรียน
  4. บ้านรับเลี้ยงเด็ก
  5. ศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก
  6. ศูนย์อบรมเด็กก่อนเกณฑ์
1.โรงเรียนอนุบาล โรงเรียนอนุบาลกุ๊กไก่







2.สถานบริบาล  P-genius Nursery

3.โรงเรียนสำหรับเด็กก่อนวัยเรียน  skillplus

4.บ้านรับเลี้ยงเด็ก Foundations Family Day Care

5.ศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก องค์การบริหารส่วนตำบลท่าฉาง


Apply(การประยุกต์ใช้)

  • สามารถนำคำคมมาปรับใช้กับชีวิตได้ และได้รู้จักโครงสร้างของสถานศึกษาแต่ละแบบ

Assessment(การประเมิน)
self :  มีการเตรียมความในการนำเสนอ
friend :  นำเสนอได้น่าสนใจ
Teacher :  มีการให้คำแนะนำเพิ่มเติมอยู่เสมอ

วันพุธที่ 31 มกราคม พ.ศ. 2561


บันทึกการเรียนรู้ ครั้งที่  3

วันพุธที่  31 มกราคม พ.ศ. 2561
เวลา 08.30 - 11.30 น.
Knowledge (ความรู้)

  • นำเสนอคำคมเกี่ยวกับผู้บริหาร

นางสาวภัทรวรรณ นิยมพงษ์

นางสาวชื่นนภา เพิ่มพูล

นางสาวปฐมพร จันวิมล

  • บทบาทของผู้บริหาร ผู้นำในยุคโลกาภิวัตน์

เมื่อกล่าวถึงผู้นำ คนส่วนใหญ่จะคิดถึงภาพของผู้ที่มีอำนาจ มีตำแหน่งใหญ่โต มีอิทธิพล ต่อผู้อื่น ผู้นำที่ยิ่งใหญ่สามารถสั่งการได้ หรือเดินตามในทิศทางที่ผู้นำก้าวเดินหรือกำหนดให้ ผู้คนเกรงกลัว
นับตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันในการบริหาร ผู้นำยังคงเป็นความคาดหวังสูงสุดในการแบกรับภาระ นำพาองค์กรไปสู่ความสำเร็จ แต่ทว่า บทบาทผู้นำในยุคของพระนเรศวรมหาราชกับผู้นำของวันนี้แตกต่างกันโดยสิ้นเชิง โดยเฉพาะในโลกของธุรกิจ หากผู้นำคนใดยังผูกขาดการตัดสินใจ ไม่ยอมสร้างการมีส่วนร่วม ก็ยากที่จะนำพาองค์กรหรือประเทศอยู่รอดได้อย่างยั่งยืน และที่สำคัญไปกว่านั้นก็คือ ผู้นำยุคนี้ต้องทำงานเชิงรุกเพื่อสร้างความได้เปรียบอยู่เสมอ

  • ความรู้เกี่ยวกับผู้นำ 
  • ความหมายและประเภทของผู้นำ 

ผู้นำ (Leader) หมายถึง บุคคลที่มีศิลป บุคลิกภาพ ความสามารถ เหนือบุคคลทั่วไป สามารถชักจูงให้ผู้อื่นปฏิบัติตามที่ต้องการได้ ส่วนความเป็นผู้นำ (Leadership) เป็นกระบวนการที่มีอิทธิพลต่อกลุ่ม เพื่อให้บรรลุเป้าหมาย ผู้บริหารทุกคนควรเป็นผู้นำ และมีภาวะผู้นำ แต่ผู้นำไม่สามารถเป็นผู้บริหารที่ดีได้ทุกคน เพราะผู้บริหารต้องมีทักษะ มีความสามารถในหน้าที่ของผู้บริหารด้วย

  • ประเภทของผู้นำ 

1. ผู้นำตามอำนาจหน้าที่ เป็นผู้นำโดยอาศัยอำนาจหน้าที่ (Authority) และมีอำนาจบารมี (Power) เป็นเครื่องมือ มีลักษณะที่เป็นทางการ (Formal) และไม่เป็นทางการ (Informal) เกิดพลังร่วมของกลุ่มในการดำเนินงานเพื่อบรรลุวัตถุประสงค์ที่กำหนดไว้ อำนาจนี้ได้มาจาก กฎหมาย กฎระเบียบ หรือขนบธรรมเนียม ในการปฏิบัติ จำแนกผู้นำประเภทนี้ออกเป็น 3 แบบ คือ 1 ผู้นำแบบใช้พระเดช 2  ผู้นำแบบใช้พระคุณ  3  ผู้นำแบบพ่อพระ 
       2.  ผู้นำตามการใช้อำนาจ  ผู้นำแบบเผด็จการ   (Autocratic Leadership) หรือ อัตนิยม คือใช้อำนาจต่าง ๆ ที่มีอยู่ในการสั่งการแบบเผด็จการโดยรวบอำนาจ ไม่ให้โอกาสแก่ผู้ใต้บังคับบัญชาได้มีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็น   ตั้งตัวเป็นผู้บงการให้ผู้ใต้บังคับบัญชาเชื่อฟังโดยเด็ดขาด ปฏิบัติการแบบนี้เรียกว่า One Man Show อยู่ตลอดเวลาโดยไม่คำนึงถึงจิตใจของผู้ปฏิบัติงาน เช่น      ฮิตเลอร์ 
       3.  ผู้นำตามบทบาทที่แสดงออก  
        จำแนกเป็น  3 แบบ คือ
        3.1  ผู้นำแบบบิดา-มารดา (Parental Leadership) ผู้นำแบบนี้ ปฏิบัติตนเหมือนพ่อ-แม่ คือทำตนเป็นพ่อแม่เห็น ผู้อื่นเป็นเด็ก อาจจะแสดงออกมาในบทบาทของพ่อแม่ที่อบอุ่น ใจดี ให้กำลังใจ   หรืออาจแสดงออกตรงกันข้ามในลักษณะการตำหนิติเตียนวิพากษ์   วิจารณ์   คาดโทษ   แสดงอำนาจ
ประเภทของผู้นำ (ต่อ)
3.2  ผู้นำแบบนักการเมือง  (Manipulater Leadership) ผู้นำแบบนี้พยายามสะสมและใช้อำนาจ โดยอาศัยความรอบรู้และตำแหน่งหน้าที่การงานของคนอื่นมาแอบอ้างเพื่อให้ตนได้มีความสำคัญและเข้ากับสถานการณ์นั้น ๆ ได้ ผู้นำแบบนี้เข้าทำนองว่ายืมมือ ของผู้บังคับบัญชาของผู้นำแบบนี้อีกชั้นหนึ่ง  โดยเสนอขอให้สั่งการเพื่อประโยชน์แก่การสร้างอิทธิให้แก่ตนเอง
ประเภทของผู้นำ (ต่อ)
3.3  ผู้นำแบบผู้เชี่ยวชาญ  (Expert Leadership) ผู้นำแบบนี้เกือบจะเรียกว่าไม่ได้เป็นผู้นำตามความหมายทางการบริหาร เพราะมีหน้าที่ให้คำปรึกษาแนะนำแก่ Staff  ผู้นำแบบนี้มักเป็นผู้เชี่ยวชาญและมีความรู้เฉพาะอย่าง เช่น คุณหมอพรทิพย์ มีความเชี่ยวชาญในการตรวจ DNAถ้าพิจารณาจากบุคลิกภาพอีริก เบิร์น จิตแพทย์ชาวอเมริกัน ได้วิเคราะห์โครงสร้างของบุคลิกภาพของคนว่ามีอยู่ 3 องค์ประกอบ  คือภาวะของความเป็นเด็ก (Child  egostate )  ภาวะของการเป็นผู้ใหญ่ (Adult egostate ) และภาวะของความเป็นผู้ปกครอง  (Parents  egostate)  ก็จะมองผู้นำได้เป็น 3 แบบ คือภาวะความเป็นเด็ก ผู้ใหญ่ พ่อแม่ ในแบบผู้นำ
  • คุณสมบัติของผู้นำ
ผู้ที่จะเป็นผู้นำที่ยิ่งใหญ่ได้ จะต้องเป็นมาตั้งแต่เกิด ไม่สามารถพัฒนาขึ้นมาภายหลังได้ (Leader are bone, not made)
คุณสมบัติพื้นฐานที่ทำให้ผู้นำแตกต่างจากบุคคลทั่วไป
1. ความมุ่งมั่น (drive)
2. แรงจูงใจในการเป็นผู้นำ (Leadership Motivation)
3. ความซื่อสัตย์ (Integrity)
4. ความเฉลียวฉลาด (Intelligence)
5. ความมั่นใจในตัวเอง (Self-confidence)
6. ความรอบรู้ในสิ่งที่ตนเองทำ (Knowledge of the Business)
  • สรุป คุณสมบัติของผู้ที่จะเป็นผู้นำที่ดีได้ ดังนี้ คือ
1. มีความเฉลียวฉลาด      
2. มีการศึกษาอบรมดี     
3. มีความเชื่อมั่นใจตนเอง    
4. เป็นคนมีเหตุผลดี      
5. มีประสบการณ์ในการปกครองบังคับบัญชาเป็นอย่างดี     
6. มีชื่อเสียงเกียรติคุณ   
7. สามารถเข้ากับคนทุกชั้นวรรณะได้เป็นอย่างดี   
8. มีสุขภาพอนามัยดี   
9. มีความสามารถเหนือระดับความสามารถของบุคคลธรรมดา 
10 มีความรู้เกี่ยวกับงานทั่ว ๆ ไปขององค์กร หรือหน่วยงานที่ตนปฏิบัติอยู่โดยเฉพาะ 
11. มีความสามารถเผชิญปัญหาเฉพาะหน้า ที่จะเกิดขึ้นในขณะปฏิบัติงานให้ได้ทันท่วงที     
12. มีความสามารถคาดการณ์ 
  • ภาวะผู้นำ (Leadership)
ภาวะผู้นำ กระบวนการหรือพฤติกรรมการใช้อิทธิพลเพื่อควบคุม สั่งการ เกลี้ยกล่อม จูงใจ ให้ผู้ตามหรือกลุ่ม ปฏิบัติตามเพื่อการบรรลุเป้าหมาย หรือความเป็นผู้นำนั้นเอง คุณสมบัติของผู้นำมีหลายอย่าง หลายด้าน ผู้นำจะต้องมีความสามารถในการปฏิบัติต่อสิ่งเหล่านั้นให้ถูกต้องและได้ผลดี โดยมีองค์ประกอบดังนี้ 
                1. ตัวผู้นำ 2. ผู้ตาม 
                3. จุดหมาย 4. หลักการและวิธีการ 
                5. สิ่งที่จะทำ 6. สถานการณ์ 
  • ลักษณะและบทบาทของผู้นำ 
  ผู้นำจะนำไปในทิศทางที่ถูกต้องเสมอ ดังนั้น คนที่เป็นผู้นำที่เข้มแข็ง ก็อาจจะไม่ใช่ผู้จัดการ หรือบริหารที่ดีได้ หรือผู้บริหาร-ผู้จัดการที่ดี ก็อาจไม่ใช่ผู้นำที่ดีก็ได้ ดังนั้น ถ้าเป็นไปได้ องค์การหนึ่งองค์การใดที่ต้องการประสบความสำเร็จ ก็ย่อมต้องการผู้บริหาร หรือผู้จัดการที่มีลักษณะเป็นผู้นำดังนี้
  1. ต้องมีความฉลาด (Intelligence) 
  2. ต้องมีวุฒิภาวะทางสังคมและใจกว้าง (Social Maturity & Achievement Drive)
  3. ต้องมีแรงจูงใจภายใน (Inner Motivation) 
  4. ต้องมีเจตคติที่ดีเกี่ยวกับมนุษยสัมพันธ์ (Human Relations Attitudes) 
  • ลักษณะของผู้นำในทศวรรษหน้า 
  1. เป็นผู้บริหารที่ไม่มากเกินไปในทางใดทางหนึ่ง คือ ไม่ใช่ผู้นำที่มุ่งแต่งานอย่างเดียว หรือมุ่งที่คนอย่างเดียว 
  2. ผู้บริหารเน้นการสร้างให้ผู้ปฏิบัติงานทุกคนมีความเป็นเลิศในทุกด้าน 
  3. วิธีการแก้ปัญหาของผู้นำจะใช้ผู้ปฏิบัติงานแก้เอง 
  4. ผู้นำจะมอบอำนาจ  จนพอที่ผู้ปฏิบัติงานสามารถใช้อำนาจนั้นให้งานสำเร็จในตัว 
  5. ผู้นำเน้นคุณสมบัติของผู้ปฏิบัติงานที่สามารถทำงานเป็นทีมได้อย่างดี 
  • บทบาทหน้าที่ของผู้นำ
  1. ชี้แนะ ให้คำปรึกษา กำกับดูแล (Coaching) 
  2. เปลี่ยนทัศนคติลึก ๆ ในตัวคน 
  3.  ดึงศักยภาพที่มีอยู่ โดยไม่ต้องเอาความรู้ข้างนอกมามากนัก 
  4. ทำให้สถานที่ทำงานเป็นที่รักของพนักงาน
  5. Full fill Basic Need ให้คนในองค์การ เช่น ให้ตำแหน่ง 
  6. ดึงคนให้หลุดพ้นจากความเห็นแก่ตัว ทัศนคติต้องเปลี่ยน 
       สรุป ผู้นำยุคใหม่ ก้าวไกลสู่สากล จึงจำเป็นต้องเป็นผู้มีความรู้ ความคิดดี มีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ มีวิสัยทัศน์ สามารถคิดคาดการณ์ล่วงหน้า มีความมุ่งมั่น มีจิตใจดีงาน (business mind, social heart) พร้อมที่จะรับฟัง ยอมรับ และใส่ใจผู้อื่น มีความฉลาดทางความคิดปัญญา และความฉลาดทางอารมณ์ รู้เท่าทันอารมณ์ จัดการกับอารมณ์ และจูงใจ ทั้งตนเองและผู้อื่นให้มีจิตใจร่วมกันเป็นหนึ่งเดียว เพื่อร่วมกันทำงานได้ด้วยความเต็มใจเพื่อนำองค์กรไปสู่ความเจริญก้าวหน้าที่ยั่งยืน
ผู้นำจึงควรเป็นผู้  ที่หัวใหญ่ (Head) ใจโต (Heart) มือกว้าง (Hand) และร่างสมาร์ท (Health)
  • ความรู้เกี่ยวกับผู้บริหาร 
ผู้บริหาร หรือ ผู้จัดการ  เป็นสมาชิกในองค์กร  แต่ไม่ได้หมายความว่าทุกคนที่ทำงานในองค์กรจะเป็นผู้บริหารทุกคน  สมาชิกในองค์กรขนาดใหญ่แบ่งเป็น 2 ประเภท   คือ ผู้ปฏิบัติงานกับผู้บริหาร ในองค์การนั้นผู้บริหารต่าง ๆ อาจมีชื่อเรียกต่าง ๆ กัน เช่น  ผู้บริหารระดับล่างมักจะใช้ชื่อว่า  Supervisor  ถ้าในโรงงานอุตสาหกรรมจะเรียกว่า  Foreman   (หัวหน้างาน)   ส่วนผู้บริหารระดับกลางก็จะมีชื่อเรียกต่าง ๆ กัน  เช่น  ผู้จัดการโรงงาน ผู้จัดการแผนก หัวหน้าหน่วย  คณบดี  ผู้บริหารระดับสูงขององค์กร  รับผิดชอบในด้านนโยบาย กลยุทธ์  และตัดสินใจนั้น  ได้แก่ รองประธาน ประธาน  ผู้อำนวยการ อธิการประธานบอร์ด CEO
  • ผู้บริหารแบ่งออกเป็น 5 ประเภท คือ 
1.  ผู้บริหารทำหน้าที่สั่งการ  (Line Manager) 
2.  ผู้บริหารทำหน้าที่ให้คำแนะนำ  (Staff  Manager) 
3.  ผู้บริหารทำหน้าที่สั่งการเฉพาะด้าน  (Functional Manager) 
4.  ผู้บริหารทั่วไป  (General Manager) 
5.  ผู้บริหาร (Administrator) 
  • คุณลักษณะของผู้บริหาร  นักบริหารมืออาชีพได้สรุปคุณลักษณะดังนี้ 
  1. Vision   เป็นผู้มีวิสัยทัศน์
  2. Charisma   เป็นผู้มีเสน่ห์  มีแรงดึงดูด  สร้างความเชื่อให้คนเกิดความศรัทธา คล้อยตามได้
  3. Integrity   มีความเป็นปึกแผ่น  เหนียวแน่น
  4. Self – Less   ทำอะไรไม่นึกถึงตนเองแต่คำนึงถึงส่วนรวม
  5. Courage       มีความกล้าหาญ
  6. Uncompromising   ไม่ยอมอ่อนในเรื่องบางเรื่อง
  7. High   Ground    ความมีมาตรฐานในตัวเองมีความซื่อสัตย์   และมีความโปร่งใสสูง
  8. Listening   รู้จักฟัง
  9.  Fairness    มีความยุติธรรมเที่ยงธรรม
  10. Sense     of   Time มีสติ   รู้ทันเหตุการณ์ว่าต้องทำอะไร
  11.  Know   Others Know   Oneself    เข้าใจคนอื่นและเข้าใจตนเอง หรือรู้เขารู้เรา
  12. Judgment   ยุติธรรม
  13. Inspiring    มีความมุ่งมั่น
  14. Faith    มีความเชื่อมั่น   ศรัทธา
  15. Institutional    มีความเป็นองค์กรนั้น
     คุณสมบัติที่ได้กล่าวมาทั้งหมดเป็นทั้ง ศาสตร์และศิลป์  ของผู้บริหารและผู้นำที่ต้องศึกษาเรียนรู้และพัฒนา  และปรับตัวให้เข้ากับสภาพเงื่อนไขต่าง ๆ ทันคน  ทันงาน  ทันการณ์  (กาล)  ทันเกมของการเปลี่ยนแปลงคนยุคเศรษฐกิจไร้พรมแดน 
  • บทบาททางการบริหาร (Management Roles) 
Henry Mintberg ได้ทำการศึกษาวิจัยพบว่าบทบาทของผู้บริหารที่สำคัญมี 10 อย่างประกอบด้วย 3 กลุ่มหลัก ซึ่งมีความสัมพันธ์ต่อกันอย่างมากบทบาท คือ
1.  บทบาทด้านมนุษย์สัมพันธ์  (Interpersonal  roles) ได้แก่ 
- ประธาน (Figurehead) เป็นบทบาทในการเป็นตัวแทน องค์กร  เป็นหัวหน้าในการปฏิบัติภารกิจประจำวันตามลักษณะทางสังคมและกฎหมาย เช่น อบรมสัมมนาต้อนรับลูกค้า หรือเป็นการสวมหัวโขนนั่นเอง
- ผู้นำ  (Leadership)  เป็นบทบาทที่ต้องรับผิดชอบในการจูงใจและชี้นำผู้ใต้บังคับบัญชา ให้ทำงานอย่างเต็มความสามารถ
- ผู้เชื่อมสัมพันธ์ไมตรี (Liasson) เป็นบทบาทในการสร้างและรักษาความสัมพันธ์กับองค์การภายนอก การสร้างเครือข่ายต่าง ๆ สร้างไมตรี ผูกมิตรอันดีกับบุคคลหรือกลุ่มต่าง ๆ ที่มีความสำคัญต่อองค์การ
2.  บทบาทด้านข่าวสาร (Informational roles) ได้แก่ 
- ผู้แสวงหาข้อมูลข่าวสาร (Monitor) 
- ผู้กระจายข้อมูลข่าวสาร (Disseminator) 
-  โฆษก  ประชาสัมพันธ์  (Spokesperson) 
3. บทบาทด้านการตัดสินใจ  (Decision roles) ได้แก่
-   ผู้ประกอบการ  (Entrepreneur) 
ผู้ขจัดความขัดแย้ง  (Disturbance Handler) 
ผู้จัดสรรทรัพยากร  (Resource Allocate) 
-   ผู้เจรจาต่อรอง  (Negotiator) 
  • กิจกรรมทางการบริหาร
Fred Luthans ได้เสนอกิจกรรมทางการบริหารมี 4 อย่างด้วยกัน คือ
  1. Traditional Management ได้แก่ การตัดสินใจ การวางแผน และการควบคุม
  2. Communication ได้แก่ การแลกเปลี่ยนแปลงข่าวสาร และการทำเอกสารต่าง ๆ 
  3. Human Resource Management ได้แก่ การจูงใจ การจัดวางระเบียบกฎเกณฑ์ การบริหาร ความขัดแย้ง  การจัดคนเข้าทำงานและการฝึกอบรม                               
  4. Networking ได้แก่ การเข้าสมาคม การเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับการเมือง และการเข้าไปเกี่ยวข้องกับบุคคลภายนอก
  และจากการสำรวจ  ผู้บริหารที่มีประสิทธิผลกับผู้บริหารที่ประสบความสำเร็จจะใช้เวลาในการทุ่มเทให้กับกิจกรรมดังกล่าวต่างกัน  คือผู้บริหารที่ประสบความสำเร็จ (Successful Managers) ซึ่งก้าวหน้าในหน้าที่การงานได้เร็วกว่าผู้อื่น จะเน้นกิจกรรมด้าน Networking มากที่สุดทำกิจกรรมด้านการบริหารทรัพยากรมนุษย์น้อยที่สุด ส่วนผู้บริหารที่ตั้งใจทำงานให้เกิดประสิทธิผล (Effective Manager) ซึ่งพิจารณาจากปริมาณและคุณภาพของการปฏิบัติงานเป็นเครื่องวัดนั้น จะเน้นด้านการติดต่อสื่อสาร (Communication) การบริหารทรัพยากรมนุษย์และงานด้านการบริหารตามลำดับ ส่วนกิจกรรมด้าน networking จะทำน้อยที่สุด 
Apply(การประยุกต์ใช้)

  • สามารถนำความรู้เกี่ยวกับบทบาทไปใช้ในการทำงานหรือการใช้ชีวิตร่วมกับผู้ได้

Assessment(การประเมิน)
self :  ตั้งใจเรียนมีการจดบันทึก
friend :  ให้ความสนใจเป็นอย่างดี
Teacher :  อาจารย์มีการอธิบายเพิ่มเติมและเตรียมการสอนมาอย่างดี

บันทึกการเรียนรู้ ครั้งที่  16 วันพุธที่  25  เมษายน  พ.ศ. 2561 เวลา 08.30 - 11.30 น. Knowledge (ความรู้) แจกรางวัลเด็กดี นำเสนอ...